คอลัมน์ฟุตบอล “เรือใบจ๋าอย่าหนีข้าไป” กับ 5 ประเด็นหลังเกม เมอร์ซี่ไซต์ ดาร์บี้แมตช์ แฟนหงส์ต้องอ่านนน !!!


วันจันทร์ 3 ธันวาคม 2018 0

คอลัมน์ฟุตบอล “เรือใบจ๋าอย่าหนีข้าไป” กับ 5 ประเด็นหลังเกม เมอร์ซี่ไซต์ ดาร์บี้แมตช์ แฟนหงส์ต้องอ่านนน !!!

คอลัมน์ฟุตบอล

คอลัมน์ฟุตบอล ประสาหงส์

“เรือใบจ๋าอย่าหนีข้าไป” กับ 5 ประเด็นหลังเกม เมอร์ซี่ไซต์ แฟนหงส์ต้องอ่านนน !!!

โดย ภาคผนวก

สวัสดีแฟนหงส์แดงทุกท่าน ผมภาคผนวกกับมาประจำการคุยกับแฟนหงส์อีกครั้ง เราผ่านช่วงเวลาอันสุดแสนจะเร้าใจมาด้วยกันเป็นที่เรียบร้อย เรียนตามตรงว่า เกมการแข่งขั้นเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังบอลหวดโด่งออกจากเท้าฟาน ไดจ์ค ในนาทีที่ 95 ผมคิดไว้แล้วว่า จบกัน ถ้าตามแมนฯ ซิตี้ 4 แต้ม คงไล่ไม่ทันแน่ๆ

 

เดชะบุญ ผู้รักษาประตูทีมเพื่อนร่วมเมืองที่เคยประกาศว่า”ผมจะไม่พลาดโง่ๆ แบบอลิสซงแน่นอน” ดันปัดบอลไปชนคานด้านบน ทั้งๆที่ชกแรงๆออกไปก็สิ้นเรื่อง ซึ่งโอริกี้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น โขกเข้าไปแบบสระใจมากๆ จนถึงขั้นเจอร์เก้น คล็อปป์ ลืมตัววิ่งไปดีใจกับอลิสซงในสนามทีเดียว

คลิ๊กดูไฮไลท์เกมเมื่อคืนได้เลย >>>> ไฮไลท์บอล

อลิสซง

หลังจบเกมนี้ เราไล่แมนฯ ซิตี้เป็น 2 คะแนนเท่าเดิม บอกเลยว่ายังมีหวังอยู่เป็นกอง ก่อนหน้านี้ผมได้เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของแกรี่ เนวิล เพื่อนซี้น้าคาราเกอร์ เคยออกมากล่าวถึงสมัยเล่นให้แมนฯยู แล้วโดนทีมอันดับ 2 ไล่จี้ติดๆว่า

 

“เราไม่มีความสุขเลย กับการโดนไล่จี้และนำอยู่ 1-2 แต้ม แม้เราจะทำแต้มไปได้สักแค่ไหน เราก็โดนบี้มาตลอด หลายๆคนถึงกับหัวเสีย บางครั้งเหมือนประสาทจะกิน ถ้าให้เลือก ผมขอเป็นทีมตาม ดีว่าเป็นทีมนำ” แกทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว

 

ก่อนอื่น เรามาพูดถึงประเด็นต่างๆ จากเกมเมื่อคืนกันดีกว่า กับ 5 ประเด็นหลังเกม

1.นาทีนี้คงต้องเป็น 4-2-3-1

ลิเวอร์พูล

อย่างที่เราคาดการณ์ เกมนี้บอสใส่แว่น กลับมาใช้งานระบบ 4-2-3-1 อีกครั้ง พร้อมกับตัวรุก 4 คน และฟาบินโญ่ กับ ไวจ์นัลดุม ที่ลงคุมพื้นที่ในแดนกลาง  

 

เมื่อมีนักเตะที่สามารถสร้างสรรค์เกมแบบเจ๋งๆได้ถึง 2 คน ทำให้การเปิดเกมรุกของลิเวอร์พูลดูดีขึ้น มีโอกาสยิงประตูได้ แต่อย่างที่เราเห็นกัน มันไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้เลย ในเกมนี้ลิเวอร์พูลมีโอกาสยิงถึง 16 ครั้ง แม้จะเข้ากรอบไม่เยอะก็ตาม แต่ต่างกันครึ่งๆกับเปแอสเช ที่ 8 ครั้งและเข้ากรอบครั้งเดียว 

 

อีกอย่างการที่มีมิดฟิลด์ตัวรับขนานแท้อย่างฟาบินโญ่ ที่เหมือนจะปรับตัวเข้ากับระบบ 4-2-3-1 ได้ดี ลงปัดกวาดร่วมกับการเชื่อมเกมของไวจ์นัลดุม ทำให้แดนกลางดูไหลลื่นและมั่นคงขึ้น

2.เกมที่ยอดเยี่ยมของ ‘ฟาบินโญ่

ฟาบินโญ่

การเจอกับเอฟเวอร์ตัน และสามารถรับมือกับพวกนักเตะที่มีความเร็วจัดๆ แสดงให้เห็นแล้วว่าการปรับตัวของมิดฟิดล์รายนี้ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จุดเด่นเลยคือการแย่งบอล เกมนี้คนที่แท็คเกิ้ลชนะมากสุดก็คือเขา ที่ 6 ครั้ง โหม่งเคลียร์บอลได้ 7 ครั้ง (มากที่สุดเช่นกัน) บวกกับอีกหนึ่งจุดเด่นคือการจ่ายบอลขึ้นหน้า ก็ทำได้เนียนตาขึ้นเรื่อยๆ

 

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คล็อปป์จะให้ฟาบินโญ่ ได้ลงสนามคู่กับไวจ์นัลดุม ที่ยังมากด้วยพละกำลังและความเข้าใจในแท็คติกของเจอร์เก้น คล็อปป์ ตรงจุดนี้อยากให้แฟนบอลหงส์แดงอดทนรอสักหน่อย เชื่อว่ายังไงเกอิต้าก็น่าจะใกล้ถึงเวลาพร้อมลงสตาร์ทเป็นตัวจริงแล้ว

3.แมนออฟเดอร์แมตช์

อลิสซง เบรคเกอร์

คำพูดหนึ่งของตำนานปีศาจแดงอย่าง อเล็ก เฟอร์กูสัน ที่เคยยกย่อง เด เคอาไว้ว่า “ผู้รักษาประตูระดับโลก จะช่วยเซฟแต้มให้คุณได้ถึง 10-15 แต้มเลยทีเดียว” และมันก็ชัดเจนครับแฟนหงส์ เกมนี้ถ้าถามผมว่าใครควรได้รับแมนออฟเดอะแมตช์ ผมยกให้ อลิสซง เบรคเกอร์คนนี้แน่นอน

 

หากเขาไม่ช่วยเซฟลูกโขกจ่อๆของอังเดร โกเมส โมเมนตั้มของเกมทั้งหมด คงกลับไปอยู่ฝั่งท็อฟฟี่ผู้มาเยือน จังหวะโขกเหน่งๆแค่ 5 หลา แต่ด้วยปฏิกิริยา รีบกางมือหนาๆออกไปสุดแขน ทำให้มุมยิงของห้องเครื่องตัวยืมจากบาร์เซโลน่าแทบไม่เหลือ ตอนนี้ค่าตัวอลิสซงเท่าไหร่ ผมจำไม่ได้แล้วละ !!!! 

 

อีกหนึ่งจุดที่อยากจะเสริม คือคู่เซนเตอร์แบ็คของหงส์แดง สมควรเป็น ฟาน ไดจ์ค กับ โกเมส ได้แล้ววว เพราะทั้งคู่มีความเร็ว รับมือเกมสวนกลับได้ดี แถมเข้าขารู้ใจกันมาก ไอกองหลังที่ดีที่สุดในโลกของเรา ให้เขาพักบ้างก็ได้นะบอสส

4.ปัญหาในแนวรุก

โมฮัมเหม็ด ซาลาห์

ปัญหาปวดเศียร์เวียนเกล้าในเกมนี้ ต่างจากเกมเมื่อกลางสัปดาห์พอสมควร เกมที่ปารีส เราแทบสร้างสรรค์โอกาสไม่ได้เลย แต่เกมที่แอนฟิลด์ โอกาสยิงมีเพียบบบบ แต่พี่ๆแนวรุกแกไม่เน้นเสียบบอลให้เข้าในกรอบประตู ดับชอบปล่อยนอก กรอบประตูซะงั้น

 

ชากิรี่ มีโอกาสยิง 2 ครั้ง ฟีร์มิโน่ 3 ครั้ง ซาลาห์ 1 ครั้ง และมาเน่ มากมายที่สุดถึง 4 ครั้ง แต่มีแค่บ็อบบี้กับช็าคกี้เท่านั้นที่ยิงเขากรอบ ส่วนอีกลูกที่เข้ากรอบคือลูก 1-0 ของโอริกี้ 

 

แต่ถึงอย่างไรทั้งหมดก็เป็นนิมิตหมายที่ดีแฟนหงส์ การยิงประตูไม่ได้ในเกมนี้ มันมาจากความไม่เฉียบคมกันเองของแต่ละคน หากการทำงานร่วมกัน มีให้เห็นชัดเจน โดยเฉพาะซาลาห์กับมาเน่ เกมนี้ซาลาห์โดนประกบหนักมาก หาโอกาสยิงจังๆไม่ได้เลย เขาจึงต้องถ่ายบอลไปให้มาเน่ ซึ่งซาลาห์ คีย์ฟาส ให้มาเน่ถึง 3 ครั้ง ส่วนมาเน่ก็จ่ายให้ซาลาห์ 1 ครั้ง ทั้งหมดนี้แฟนหงส์มันเหลือแค่จังหวะจบสุดท้ายเท่านั้น ต้องรอดูว่า คล็อปป์จะกระตุ้นอย่างไร

5.โอริกี้ ไม่ได้มีดีที่โชคช่วย

ดิว็อค โอริกี้

แน่นอน หากให้คะแนนกัน ผมคงยกให้โอริกี้ 10 แต้ม 10 อย่างที่สื่อท้องถิ่นอย่างลิเวอร์พูลเอคโค่ยกให้ ลูกประตู 1-0 ท้ายเกม คือการฉุดความหวังในการไล่ล่าแชมป์อย่างแท้จริง 

 

จังหวะนั้นถ้าเราจะมองว่าเป็นความเฟอะฟะของพิค ฟอร์ด ก็ไม่ผิดนัก เตะถ้าสังเกตุดููดีๆ ช็อตดังกล่าวผู้เล่นทุกคนยืนเหม่อเหวอๆกันเป็นแถว มีแค่ โอริกี้คนเดียวเท่านั้นที่จ้องบอลพร้อมกับโหมไปโขกเต็มๆ และยืนตำแหน่งได้ถูกที่ถูกเวลาจึงไม่ล้ำหน้าพร้อมกับการก้าวไปกดดันจนพิค ฟอร์ดเสียสมาธิ ถ้าหากเขาถอดใจไป อย่างมากลิเวอร์พูลก็ได้แค่เตะมุมอีกครั้ง บางครั้งโชค มันก็ต้องอาศัยความทุ่มเท !!!!

 

 

เรือใบจ๋า อย่าหนีข้าไป

เจอร์เก้น คล็อปป์ , เป๊ป กวาดิโอล่า

3 แต้มในเกมนี้ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเพื่อนๆหงส์แดงทุกท่าน เพราะเรายังไล่จี้เป๊ปไม่เว้นวัง กับ 2 เกมต่อจากนี้ ลิเวอร์พูล มีเกมเยือนเบิร์นลีย์ในวันพุธและ บอร์นมัธในวันเสาร์ หากแต่แมนฯซิตี้ จะไปบุกแตนอาละวาด พร้อมกับจะมาตัดแต้มกับ เชลซี 

 

สถานการณ์ของหงส์แดงดูง่ายกว่าฝั่งเรือใบพอสมควร ขอแค่เราเก็บ 3 แต้มให้ได้ทั้ง 2 เกม แล้วแมนฯ ซิตี้ พลาดไปสะดุดสักแมตช์ งานนี้มีแซงขึ้นจ่าฝูงแน่นอน

วิเคราะห์บอล ไฮไลท์บอล  Ballstep ที่เดียวครบเรื่องฟุตบอล

 

คอลัมน์ฟุตบอลโดย ภาคผนวก

 

 

 

 

 

 

 

 


Related Articles