จากบักเจิด สู่อาแปะ… TOP5 กัปตันหงส์แดง ยุคพรีเมียร์ลีก

วันอาทิตย์ 12 เมษายน 2020

เวลาผ่านมาล่วงเลยจากปี 1992 ถึงปี 2020 สิริรวมอายุพรีเมียร์ลีกประมาณ 28 ปี หากเปรียบเป็นคนก็วัยกลางคน แน่นอนว่าคุณควรมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างแล้ว แต่สำหรับสโมสรฟุตบอลอย่าง ลิเวอร์พูล ทีมที่ต้องคำสาปยังไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการสักที แม้ปีนี้ยังไงก็ต้องได้ แต่ทว่า โควิด-19 มาเบรกเอาไว้เสียก่อน

ถึงอย่างไรที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ก็ประสบความสำเร็จในหลายๆ รายการ ด้วยการนำทัพของกัปตันทีมที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันมามากมาย บางรายก็สวมปลอกแขนนานหลายซีซั่น บางรายก็อาจจะเข้ามาแค่ไม่นาน แต่วันนี้เราจะเลือก 5 สุดยอดกัปตันทีมหงส์แดงแห่งยุค พรีเมียร์ลีก มาให้รับชมกัน

5. พอล อินซ์

ลงเอย ! 20 "จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย" ของ ลิเวอร์พูล จาก 20 ฤดูกาลที่ ...

เด็กๆ น้องๆ หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหน้าเท่าไหร แต่เชื่อเหลือเกินว่าคนที่มีอายุมากกว่าเลข 3 หลักเป็นต้นไปคงจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี แน่นอนว่าในช่วงต้นยุค 90 เขาคือนักเตะที่แจ้งกับ ยูไนเต็ด คู่รักคู่แค้นของทีมหงส์แดง หลังเคยผ่านการเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาถึง 6 ปี จาก 206 เกม เขายิงไปประตูไปทั้งสิ้น 25 ทว่าการย้ายข้ามมายัง ลิเวอร์พูล ไม่ใช่การย้ายโดยตรง เพราะเจ้าตัวย้ายไปเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 1995-1997 ก่อนจะย้ายกลับมาเล่นที่อังกฤษ

ชีวิตในถิ่นแอนฟิลด์ค่อนข้างน่าตื่นเต้นสำหรับเจ้าตัว เพราะเขาย้ายมาสวมปลอกแขนกัปตันทีมทันที และลงเล่นช่วยทีม 2 ซีซั่น ยิงไป 14 ประตู จากการลงสนาม 65 เกม เขาถือเป็นกัปตันทีมที่มีทัศนคติในการเล่นดีคนหนึ่ง ทว่าเวลาของเขากับทีมนั้นน้อยไปสักนิดหลังไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ก่อนจะย้ายไป มิดเดิลสโบรส์ ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์

4. เอียน รัช

เอียน รัช' ตำนานแห่งลุ่มน้ำเมอร์ซี่ย์ คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาส ...

ทุกๆ วันนี้เราจะเห็ฯ เขาในหน้าสื่อมากขึ้น เพราะเขาทำงานให้กับสโมสรลิเวอร์พูล แต่จะไม่เห็นเอกลักษณ์เหมือนดังตอนสมัยที่ฉายาของเขาคือ เพชฌฆาตหน้าติดหนวด นี่คือกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งของทีมในยุคพรีเมียร์ลีก จนถูกยกให้เป็น ตำนานแข้ง”หงส์แดง” ด้วยการซัดไป 45 ลูกจาก 128 เกม นับว่าเป็นกองหน้าขวัญใจแฟนๆ ในยุคนั้นเลยทีเดียว

แต่การได้รับปลอกแขนกัปตันทีมของเขาเกิดขึ้นในปี 1993 และผลงานที่ดีที่สุดในการสวมปลอกแขนก็คือการพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ลีก คัพ เมื่อปี 1995 ทว่าการเป็นแม่ทัพในถิ่นแอนฟิลด์ของเขาต้องสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าตัว ย้ายไปอยู่กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี 1996 และเป็น ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ สแตน คอลลีมอร์ เข้ามารับช่วงต่อแทนในระยะเวลาสั้นๆ

3. ซามี่ ฮูเปีย

No.4: Becomes the club's captain - Liverpool FC

ขยับเข้ามาอีกนิดหลังผ่านในยุคปี 2000 ลิเวอร์พูล กำลังเฟ้นหากัปตันทีมถาวร ทว่าในช่วงนั้นสลับกันไปทั้ง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, ซามี่ ฮูเปีย โดยมี เจมี่ เร้ดแนปป์ เป็นตัวหลักในการเป็นกัปตันทีมตัวหลัก แต่ด้วยอาการบาดเจ็บยาวที่เล่นงานเขาส่งผลให้ แนวรับชาวฟินแลนด์ ก็ก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมถาวรตอนปี 2002 ถึงอย่างไรใช่ว่าปลอกแขนกัปตันทีมจะอยู่กับใครก็ได้ เพราะดูเหมือนเขาจะไม่มีภาวะความเป็นผู้นำมากนัก แน่นอนว่ามันส่งผลกับฟอร์มการเล่นของเขา หลังจากทำผลงานได้ไม่ดีในช่วงปี 2002/2003

ทว่าเพียงไม่กี่เดือนกับการช่วยทีมในฐานะกัปตัน เขาถูกแทนที่ด้วย สตีเว่น เจอร์ราร์ด กลางซีซั่น 2003/04 และเหมือนเป็นการปลดล็อกเจ้าตัว เมื่อยกความกดดันทั้งหมดทิ้งลงไป เขาก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่แนวรับของตัวเองเพียงอย่างเดียวและโชว์ฟอร์มได้สุดยอด ด้วยการลงช่วยทีมมากถึง 400 เกม ก่อนจะย้ายไปอยู่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในปี 2009 ทว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำและเด็ดขาด เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องสวมปลอกแขนก็ได้

2. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

ยืนหนึ่ง! เฮนเดอร์สัน ลงหวด พรีเมียร์ลีก มากที่สุดในรอบทศวรรษ

ต้องยอมรับจริงๆ ว่ายุคของ เฮนเดอร์สัน นับต่อจากนี้ไปจะมีแต่ความสำเร็จมากมาย ไม่มีกัปตันทีมคนไหนจะเทียบเท่าเขาได้อีกแล้ว การรับไม้ต่อจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในปี 2015 ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะกลายเป็นสุดยอดกัปตันตัวความหวังที่ทีมจะขาดไม่ได้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่อาจจะขัดใจแฟน แต่ตรงนั้นเองมันกลับถูกใจโค้ชเข้าอย่างจัง ด้วยการเล่นตามใบสั่ง แถมการได้ปลอกแขนกัปตันทีม เขาเปลี่ยนจากแรงกดดัน เป็นแรงผลักดัน จากเด็กคนหนึ่งที่มีหน้าที่เล่นบอลอย่างเดียว ตอนนี้เขา เป็นหน้าตาของสโมสร เขาต้องเป็นแบบอย่าง

ด้วยวัย 29 ปี เขากำลังจะเป็นนักเตะ และกัปตันทีมคนแรกที่จะชูถ้วยพรีเมียร์ลีกให้ ลิเวอร์พูล แน่นอนว่ายังคงไม่พอแค่นี้กับความสำเร็จทั้ง เป็นกัปตันทีมผู้พาทีมชูถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก และ แชมป์สโมสรโลก เพราะหนทางข้างหน้าด้วยขุมกำลังปัจจุบัน รวมถึงกุนซืออย่าง คล็อปป์ ลิเวอร์พูล สามารถทำผลงานได้ระดับโลกอีกหลายๆ ครั้งแน่นอน และเวลาแห่งความสำเร็จของเขากับทีมยังมีมากมายอีกหลายปี

1. สตีเว่น เจอร์ราร์ด

สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับ อาจอำลา ลิเวอร์พูล ช่วงจบซีซั่น

ถ้านับเพียงปัจจุบัน เฮนเดอร์สัน อาจจะเกือบได้ครบหมดทุกอย่างแล้วในฐานะกัปตันทีม ลิเวอร์พูล แต่เวลาของเขายังมีอีกหลายปีนี้การก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แต่ถึงอย่างไงบัลลังก์นี้จะโค่นชายที่ชื่อว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด คงยากแน่นอน เพราะนี้คือไอค่อนของแฟน ลิเวอร์พูลยุค 2000 เป็นต้นมาอย่างแท้จริง ผู้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว บุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด ถูกยกย่องให้เป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลกในยุคของเขา และเป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุ 23 ปี ก่อนจะอยู่กับทีมมาอย่างยาวนาน ตลอดในอีก 12 ปีต่อมา

แม้ว่าส่วนตัวจะไม่เคยพาทีมคว้าแชมป์ลีกแม้แต่ครั้งเดียว แต่ความเหลือเชื่อส่วนตัวของเขามีให้พูดถึงโดยตลอดตั้งแต่ เกมนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 2005 ที่อิสตันบลู กับการพลิกมาเป็นแชมป์ หลังครึ่งแรกตามหลัง เอซี มิลาน 3-0 และ เอฟเอ คัพ 2006 กับลูกยิงระยะเกิน 30 หลา ช่วยต่อลมหายใจให้ทีมก่อนจะเผด็จศึก เวสต์แฮม คว้าแชมป์ในปีนั้น แต่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าต่อให้ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือเลยก็ตาม แต่สตีวีจี นักเตะที่ลืมตาดูโลกในเมืองลิเวอร์พูล คือกัปตันที่ดีที่สุดตลอดกาลของ หงส์แดง อย่างแท้จริง

กลับหน้า ballstep





วิเคราะห์บอล ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล ล่าสุด