VARพาเรือจม !! 120วัน กับฝันสลายครั้งที่2 ของแมนฯซิตี้

วันอาทิตย์ 18 สิงหาคม 2019

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

หากจะพูดว่าทีมไหนที่เจ็บปวดใจที่สุดในเกมลีกชั่วโมงนี้ของศึกพรีเมียร์ลีก ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมนั่นคือแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเรื่องราวต่างๆ ต้องเท้าความยาวไปไม่ไกลนัก

นปีปฏิทินนี้ กับเดือนแห่งความฉุ่มฉ่ำ แต่เป็นเดือนที่ฝากความเจ็บช้ำให้กับทางทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่พวกเขายังลบมันออกจากใจอย่างยากลำบาก

เกมนั้นเกิดขึ้น 17 เม.ย. 2019 ราฮีม สเตอริง ยิงประตูช่วงนาทีที่ 90+3 ให้แมนฯ ซิตี้ นำสเปอร์ส 5-3 นั่นคือสกอร์ที่ส่งพวกเขาเข้ารอบรองชนะเลิศช.ป.ล และหมายความว่าประตูดังกล่าวจะสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้ทีมจากอังกฤษทีมนี้ที่ในตู้โชว์ของพวกเขาขาดแค่ถ้วยยุโรปใบใหญ่มาประดับ ก็คงจะสมบูรณ์แบบ

ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีจากเสียงกึกก้องโห่ร้อนดังทั่วทั้ง เอติฮัต สเตเดี้ยม กลับกลายเป็นเสียงเงียบสงัด หลังกรรมการในสนามได้รับสัญญาณจากทีมงานของพวกเขาว่า ให้ออกมาดูเหตุการณ์นี้อีกครั้ง ว่ามีอะไรชอบมาพากลหรือไม่ บทสรุปในวันนั้นคือVAR เช็คว่า กุน “ล้ำหน้า”ในจังหวะเซตบอลก่อนได้ประตู แมนฯ ซิตี้ จึงไม่ได้ประตู พวกเขาชนะ 4-3 แต่แฟนบอลทุกคนย่อมรู้ดีว่ามันไม่พอ เพราะทีมตกรอบด้วยกฏประตูทีมเยือน

วิวาทะ...VAR

มันเจ็บปวดตรงที่เหตุการณ์เกิดในนาทีที่ 90+3 มันเจ็บปวดที่ไม่มีแม้แต่ 5 หรือ 10 นาทีให้พวกเขาแก้ตัว มันเจ็บปวดที่แฟนซิตี้ทั่วทั้งโลกมีความสุขไปแล้ว ก่อนโดนเสียงกระซิบเบาๆ ที่เจ็บปวดจาก “VAR”

เหตุการณ์ในวันนั้นยากเหลือเกินที่ทาง ซิตี้ จะลบมันออกไปจากหัวใจ ทว่าฤดูกาลนั้นพวกเขาก็ได้แชมป์ลีกมาปลอบใจ แต่ลึกๆ แล้วถ้วยที่ทุกคนโหยหาก็ยังเป็น ช.ป.ล แบบที่ปฏิเสธไม่ได้ ทว่าเวลาผ่านไปล่วงเลยถึง 4 เดือนเต็ม ซีซํ่นใหม่เปิดฉาก แต่ในปีนี้มีเทคโนโลยีที่ทาง พรีเมียร์ลีก เอามาใช้เป็นปีแรก เสียงกระซิบที่ทำให้แฟนซิตี้เจ็บปวดนั้นแหละคือสิ่งนั้น

คืนวันเสาร์ที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ราวกับว่าฝันร้ายเกิดขึ้นอีกครั้ง กาเบรียล เชซุส ยิงประตูสเปอร์ส 3-2 ในนาทีที่ 90+2ส่งผลให้เฉือนชนะสเปอร์สเก็บสามแต้มเต็มพวกเขากำลังจะขึ้นเป็นจ่าฝูง พร้อมกับชนะทีม ท็อป6 นี่เป็นการออกสตาร์ทในฝัน ชัยชนะในบ้านเกมแรกในฤดูกาลนี้… แต่เสียงกระซิบที่เจ็บปวดกลับมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้ง

วิวาทะ...VAR

ขอยอมรับตรงนี้ว่าผมนั่งชมเกมนี้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีปัญหายังไงกับประตูที่เกิดขึ้น จนได้เห็นภาพจาก สัญญาณจาก VAR HUB ที่ลอนดอน ก่อนที่ผลสุดท้าย ผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ จะริบประตูคืน สุดท้ายผลการแข่งขันจบลงที่ 2-2

วันเดียวกัน เปลี่ยนแค่เดือน สถานที่เดียวกันต่างกันแค่เวลา ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเหมือนกันต่างกันแค่นาทีที่ทด แต่สิ่งที่เหมือนกันในเหตุการณ์นี้คือ เสียงกระซิบเบาที่เจ็บปวดจาก “VAR”

กลับหน้า ballstep





เรื่องที่คุณอาจสนใจ